วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ป้องกันด้วย คาวตอง พลัส

โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน (Atherosclerosis) มักจะพบได้บ่อยร่วมกับภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรือภาวะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบโดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือคนที่มีความดันโลหิตสูง การตรวจเช็คความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและการตรวจเช็คการอุดตันของหลอดเลือด แดงสามารถตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีที่วงการแพทย์ยอมรับและเชื่อถือคือ ABI (Ankle-Brachial Index) และ PWV (Pulse Wave Velocity) เป็นการตรวจเช็คหลายๆจุดของร่างกายพร้อมกันเพื่อค้นหาการอุดตันของหลอดเลือดแดง การตรวจร่างกายด้วย ABI นี้สามารถนำไปสู่การตรวจพบโรคอื่นๆที่สำคัญอีกด้วย

        หลอด เลือดในร่างกายของคนเราก็เปรียบเหมือนกับท่อน้ำที่เมื่อใช้งานไปนานๆแล้วท่อ น้ำก็จะเกิดตะกอนหรือสนิมจับตามผนังท่อน้ำทำให้ขนาดของท่อตีบลงหรือเล็กลง กระแสน้ำที่เคยไหลได้คล่องกลับไหลได้เบาลงกว่าน้ำจะไหลไปถึงปลายทางก็แทนจะไม่มีแรงดันของน้ำเหลืออยู่เลย

       หลอดเลือดของคนก็เช่นเดียวกันหากเกิดการตีบ (Stenosis) หรืออุดตัน (Occlusion) เมื่อใดหน้าที่ในการนำเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆของร่างกายก็จะน้อยลงๆ อวัยวะต่างๆก็จะได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลงด้วย หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดกับอวัยวะส่วนที่สำคัญของร่างกายเช่น แขน ขา สมอง หัวใจ ฯลฯ ก็จะส่งผลอย่างรุนแรงต่ออวัยวะส่วนนั้นๆเช่น แขน ขาเกิดอาการหมดแรง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ

        หลอดเลือดแดงที่ตีบแคบหรืออุดตัน เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดของโรคระบบประสาทซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุทำให้พิการ เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิต ส่วนโรคหลอดเลือดส่วนกลางมักเกิดอาการกับอวัยวะเช่น แขน ขา ทำให้มีอาการปวดและมีความเสี่ยงที่จะต้องถูกตัดแขนหรือขาได้ โรคต่างๆเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากมีการเฝ้าระวังและรักษาทันทีที่ตรวจพบเสียแต่เนิ่นๆ

       การป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรืออุดตัน (Atherosclerosis) ปัจจัยสำคัญคือเรื่องอาหารการกินและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ให้งดบุหรี่-เหล้าโดยเด็ดขาดและพยายามควบคุมระดับไขมันชนิดต่างๆในเลือด ระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
       พยายาม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ให้เลือกกินอาหารที่มีไขมันและคลอเรสเทอรอลต่ำเช่น ไข่ขาว เนื้อปลา นมพร่องมันเนย ผักและผลไม้ เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารจากการใช้น้ำมันปรุงอาหาร (ทอด-ผัด) เป็นวิธีปรุงอาหารที่ไม่ใช้น้ำมันในการปรุงเช่น การต้ม นึ่ง ย่างหรืออบ หากอดไม่ได้หรือจำเป็นที่จะต้องกินอาหารทอดให้ทอดโดยใช้น้ำมันถั่วเหลือง
   ปัจจุบัน สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ได้ด้วย ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ผล เป็นที่นิยมอย่างสูง
  
   อย. 50-1-16353-1-0013

ดูข้อมูลที่ http://kowtong.blogspot.com

    ปริมาณและราคา

    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท พิเศษเหลือเพียง 800บาท

    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
     คุณ วุฒิ ภัคประเสริฐ โทร. 
091-745-1919, 094-956-1691
     อีเมล์  wut3699@gmail.com

 



มะเร็งปากมดลูก ... ป้องกันได้ด้วย "คาวตอง พลัส"

ในปัจจุบัน มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้หญิงไทย และ มีปัญหาในด้านการรักษามากทั้ง ๆ ที่มะเร็งชนิดนี้สามารถตรวจพบในระยะแรกเริ่มด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก และสามารถรักษาให้หายขาด


         ใครบ้างที่อาจเป็นมะเร็งปากมดลูก
         คนยิ่งจนยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นมะเร็งของคนจน เพราะคนจนส่วนมากจะมีลูกมากแต่งงานเมื่ออายุยังน้อย หรืออาจมีสามีหลายคน
         โรคนี้เกี่ยวกับความสำส่อนทางเพศมากที่สุด หญิงที่มีเพศสัมพันธ์บ่อยหรือเปลี่ยนคู่บ่อย จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มาก บางคนจึงว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นกามโรคชนิดหนึ่งด้วย คือ ถ้าไม่มีการร่วมเพศ
ก็ไม่เป็นมะเร็งปากมดลูก

         ช่วงอายุเท่าไรเป็นมะเร็งชนิดนี้ได้มากที่สุด
         พบบ่อยที่สุดก็ในช่วงอายุ 40-60 ปี คือ ในระยะใกล้วัยหมดประจำเดือน และ ระยะหลังวัยหมดประจำเดือนใหม่ ๆ   ผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่พบว่าเป็นชนิดลุกลาม มีอาการแล้ว คือ อายุ 20 ปี  ถ้าชนิดระยะแรกเริ่มที่ยังไม่มีอาการก็อายุ 18-19 ปี แต่ก็พบได้ไม่บ่อยนัก

         สาเหตุเกิดจากอะไร
         ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากเรื่องเพศสัมพันธ์ คือ มีความสัมพันธ์ทางเพศมากเกินไป หรือมีลูกมาก

         จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก
         ถ้าเป็นระยะแรกเริ่มที่ยังไม่ลุกลามออกไป ที่หมอเรียกว่า มะเร็งระยะแรกเริ่ม (Carcinoma in situ) นั้น คนไข้จะไม่มีอาการอะไรทั้งสิ้น ตรวจพบโดยวิธีตรวจช่องคลอดหามะเร็งระยะแรกเริ่มที่เรียกกันว่า การตรวจแป๊ปสเมียร์ 
         ส่วนอาการแรก ๆ ที่ชาวบ้านสังเกตได้เองซึ่งเป็นอาการของระยะลุกลาม ก็คือ อาการตกขาวหรือการมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังร่วมเพศใหม่ ๆ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย

         ตกขาวในโรคมะเร็งแยกจากตกขาวปกติอย่างไร
         ตกขาวปกตินั้น ไม่มีอาการ ปริมาณเล็กน้อย ไม่ถึงกับต้องใช้ผ้าอนามัยและถึงกับเปรอะเปื้อนมักไม่คัน ไม่มีกลิ่นและมีสีขาวใส ๆ   แต่ถ้าตกขาวเป็นสีช้ำเลือดช้ำหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการแสบขัดปวด ก็ถือว่าเป็นตกขาวผิดปกติ อาจเป็นมะเร็งหรือเป็นจากสาเหตุอื่นก็ได้ ควรรีบไปพบแพทย์
         มะเร็งปากมดลูกเริ่มแรกมีเลือดออกหลังร่วมเพศ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย ต่อไปเมื่อเป็น
มากขึ้นก็มีอาการอักเสบแทรกซ้อน ทำให้มีตกขาวออกมาเรื่อย ๆ   อาการอื่นๆ ของโรคนี้ ได้ แก่ ตกเลือด บางคนไปหาหมอเมื่อมีอาการตกเลือดมากจนเป็นลมช็อค หรือถ้าเป็นในระยะท้าย ก็อาจมีอาการปวดที่ท้อง  น้ำหนักลด ไม่มีแรง  บวม  หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ซึ่งเกือบเป็นระยะสุดท้ายแล้ว   จึงอยากย้ำว่า สิ่งใดที่ผิดไปจากที่เราเคยเป็นอยู่ประจำแล้วละก้อ อย่าได้นิ่งนอนใจ  เพราะโรคนี้หากเป็นในระยะแรก ๆ ก่อนมีอาการและรีบรักษาก็มีโอกาสหายได้

         ตรวจรู้ก่อนมีอาการได้อย่างไร
         มีอยู่ทางเดียว  คือ  หาหมอให้ช่วยตรวจช่องคลอดเพื่อค้นหามะเร็งในระยะแรกเริ่ม ที่เรียกว่า การตรวจแป๊ปสเมียร์
         ได้มีการศึกษากันแล้ว พบว่ามะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรก (คือก่อนมีอาการ) กว่าจะกลายเป็นระยะลุกลามจนมีอาการนั้นใช้เวลาถึง 5-15 ปี   ไม่ได้ลุกลามทันทีเหมือนไฟลามทุ่ง  คิด ๆ ดูแล้วผู้หญิงเรามีเวลา 5-15 ปี สำหรับตรวจโรคนี้และรักษาให้หายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้ป่วยส่วนมากพลาดโอกาสที่มาตรวจ และรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
         ผู้ป่วยส่วนมากจะมาพบแพทย์ เมื่อมีอาการตกขาวและตกเลือดมากแล้ว ซึ่งเป็นระยะที่ลุกลามแล้ว

         ควรตรวจทุกปีหรือไม่
         สมัยก่อนแนะนำให้ตรวจทุกปี  แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่ในต่างประเทศก็เห็นแล้วว่าอาจไม่ตรวจทุกปี นอกจากพวกที่มีอัตราเสี่ยงสูง   พวกที่ไม่เสี่ยงมาก หรือพวกที่เสี่ยงมากที่คิดว่าดีพอแล้ว คือ ตรวจปีละครั้ง 2 ปีติดกัน  เมื่อเป็นปกติดีก็เว้นไปเป็น 3-4 ปี ตรวจ 1 ครั้งก็ได้

         โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดหรือไม่
            หายขาดได้  ชาวบ้านหรือแม้แต่แพทย์ส่วนใหญ่ คิดว่าการเป็นมะเร็งก็คือความตาย  แต่ความจริงทุกระยะมีโอกาสหายขาดได้ และถึงแม้ไม่หายขาด การรักษาก็ช่วยลดความทุกข์ทรมาน ย่อมมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างแน่นอน

        
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกัน และแก้ปัญหามะเร็งปากมดลูกได้เป็นอย่างดี และได้รับความนิยมอย่างสูง
     
   อย. 50-1-16353-1-0013

ดูข้อมูลที่ http://kowtong.blogspot.com

    ปริมาณและราคา

    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท พิเศษเหลือเพียง 800บาท

    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
     คุณ วุฒิ ภัคประเสริฐ โทร. 
091-745-1919, 094-956-1691
     อีเมล์  wut3699@gmail.com




อัมพาต อัมพฤกษ์ โรคหลอดเลือดสมอง ป้องกันได้ด้วยคาวตอง พลัส

โรคอัมพาต  คือ แขน และ/หรือ ขา ขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่มีแรง ใช้งานไม่ได้ ส่วนโรคอัมพฤกษ์หรือ อาการอัมพฤกษ์ หมายถึงแขน และ/หรือ ขา อ่อนแรงกว่าเดิม ยังพอใช้งานได้ แต่ใช้ได้น้อยกว่าปกติ เช่น อาจชา หยิบจับของหนัก หรือ หยิบจับดินสอเพื่อเขียนหนังสือตามปกติไม่ได้ ดังนั้น อัมพฤกษ์ จึงมีความรุนแรงน้อยกว่าอัมพาต

       โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ ที่จริงแล้วเป็นอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง ที่ส่งผลให้สมองขาดเลือด จึงเกิดอาการแขนขาใช้งานไม่ได้ หรือ อ่อนแรง
       โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ (Stroke) เรียกว่า โรคซีวีเอ (CVA, Cerebro Vascular Accident) คือ อาการผิดปกติที่เกิดจากสมองขาดเลือดเกิดขึ้นนานเกิน 24 ชั่วโมง แต่เมื่ออาการที่ผิด ปกติสามารถหายกลับเป็นปกติได้ภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่า เป็นอาการอัมพาต หรือ อัมพฤกษ์ชั่วคราว หรือ คือ โรค/อาการ ทีไอเอ (TIA, Transient Ischemic Attack)
      นอกจากใช้คำว่า Stroke แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นโรคเกิดจากการขาดเลือดเช่นกัน บางท่านจึงเรียกโรค/อาการนี้ว่า โรค/อาการ Brain Attack

      โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ เป็นโรคพบได้บ่อยโรคหนึ่ง ในประเทศที่เจริญแล้ว โรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับสองรองจากโรคหัวใจ เป็นโรคพบได้บ่อยในอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (95%ของผู้ป่วยทั้งหมด) โดยประมาณสองในสามของผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 65 ปี ทั้งนี้ พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า

     โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์เกิดจากอะไร?
     โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ มีสาเหตุเกิดจาก สมองขาดเลือดทันทีภายในระยะ เวลาเป็นนาทีหรือ ชั่วโมง ไม่ใช่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งเกิดได้จาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ หลอดเลือดแดงสมองอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุพบบ่อยกว่า และหลอดเลือดแดงสมองแตก

      หลอดเลือดแดงสมองอุดตัน เช่น จากหลอดเลือดแดงสมองตีบตันจากโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งมีสาเหตุจากโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และการสูบบุหรี่ หรือมีลิ่มเลือดเกิดในหลอดเลือดแดงสมอง หรือ ลิ่มเลือดจากหลอดเลือดดำขา หรือ ลิ่มเลือดจากโรคหัวใจเต้นรัว เอเอฟ (AF, Atrial Fibrillation) หลุดลอยเข้ากระแสโลหิตและอุดตันหลอดเลือดสมอง
      หลอดเลือดแดงสมองแตก ที่พบได้บ่อย คือ ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และในโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง
      ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต อัมพฤกษ์
     ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาต อัมพฤกษ์ของคนไทยกลุ่มศึกษา ได้แก่
    1.   อายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
    2.   เพศ ผู้ชายมีโอกาสเกิดโรคสูงกว่าผู้หญิง
    3.   อาชีพ คนว่างงาน หรือทำงานบ้าน โอกาสเกิดสูงกว่า
    4.   ถิ่นที่พักอาศัย คนกรุงเทพฯเกิดโรคสูงกว่าคนภาคอื่นๆ
    5.   โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  โรคไขมันในเลือดสูง

         โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์มีอาการอย่างไร?
         อาการจากโรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์เป็นอาการที่เกิดทันที เป็น นาที หรือ ชั่วโมง โดยอาการขึ้นกับตำแหน่งสมองส่วนที่ขาดเลือด ซึ่งที่พบบ่อย ได้แก่
-      แขน ขา ด้านเดียวกันอ่อนแรงทันที
-      แขน ขาด้านเดียวกัน ใบหน้า ชา
-      สับสน พูดไม่ชัด หรือ พูดไม่ได้
-      อาจมีตาพร่า มองเห็นภาพไม่ชัด หรือ เห็นภาพเพียงบางส่วน หรือ เห็นภาพได้แคบลง
-      อาจหายใจเหนื่อยหอบ ติดขัด
-      มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้
-      ปวดศีรษะอย่างมากทันที
-      ถ้าเกิดจากมีเลือดออกในสมอง ความดันในสมองมักขึ้นสูง ส่งผลให้เกิดคลื่นไส้อาเจียน
-      เมื่อมีอาการมาก อาจหมดสติ โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด

        รักษาโรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์
        การรักษาโรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ คือ การรักษาสาเหตุ เช่น ผ่าตัดสมองเมื่อเกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ใส่สารอุดตันเข้าหลอดเลือดเมื่อเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ให้ยาละลายลิ่มเลือด เมื่อเกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน นอกจาก นั้น คือ ให้การรักษาเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ เช่น ให้ยาลดการแข็งตัวของเลือดเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด ให้การรักษาควบคุมโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุ เช่น รักษาควบคุม โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง และการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูกล้ามเนื้อแขน/ขา และ/หรือ การฝึกพูด
      โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ เป็นโรครุนแรง ส่งผลให้เสียชีวิตได้ และเมื่อรอดชีวิต มักเกิดความพิการ ซึ่งส่งผลให้เคลื่อนไหวได้น้อย ช่วยตัวเองได้น้อย จึงเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้สูง เช่น ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินปัสสาวะ ดัง นั้น โรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ จึงเป็นโรคที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้ง ทางสาธารณสุข สังคมและครอบครัว
        ปัจจุบัน สามารถป้องกันโรคอัมพาต โรคอัมพฤกษ์ ได้ด้วย ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ผล เป็นที่นิยมอย่างสูง
   อย. 50-1-16353-1-0013

ดูข้อมูลที่ http://kowtong.blogspot.com

    ปริมาณและราคา

    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล ราคา 1,200 บาท พิเศษเหลือเพียง 800บาท

    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
     คุณ วุฒิ ภัคประเสริฐ โทร. 
091-745-1919, 094-956-1691
     อีเมล์  wut3699@gmail.com

โรคเบาหวาน(Diabetes) ป้องกันได้ด้วย คาวตอง พลัส

โรคเบาหวานคือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
          สาเหตุโรคเบาหวาน (Causes of Diabetes)  เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ เมื่อปริมาณน้ำตาลในเลือดมีมากจนเกินกว่าความสามารถของไตที่จะดึงน้ำตาลกลับ สู่กระแสเลือดได้ทำให้มีน้ำตาลถูกขับออกจากร่างกายมาปะปนอยู่ในปัสสาวะซึ่ง เป็นอาการโรคเบาหวานที่สำคัญที่คนทั่วไปรู้จักกันดี



           สาเหตุ โรคเบาหวานมีที่มาจากการที่ร่างกายต้องใช้พลังงานโดยการย่อยอาหารจำพวกแป้ง ให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อส่งผ่านไปยัง เซลล์ กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกาย การที่ร่างกายมีน้ำตาลในกระแสเลือดในปริมาณสูงเนื่องจากมีปัญหาในการใช้ ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่ผลิตจากตับอ่อนซึ่งฮอร์โมนจะเป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ
           ผู้ ป่วยโรคเบาหวานจะมีปัญหากับฮอร์โมนอินซูลินคือร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ได้ไม่เพียงพอที่จะทำหน้าที่หรือร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินพอแต่เป็นชนิดที่ ไม่มีคุณภาพจึงทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือด ไปใช้ได้หรือเอาไปใช้ได้แต่ก็ไม่เต็มร้อยผลก็คือทำให้มีน้ำตาลเหลืออยู่ใน กระแสเลือดอยู่เป็นจำนวนมากกว่าปกติ
           อาการโรคเบาหวาน (Diabetes Symptoms) ที่สังเกตได้ชัดเจนคือจะมีมดขึ้นปัสสาวะ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากจนไตที่มีหน้าที่กรองเอาสารอาหารที่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย (รวมทั้งน้ำตาลด้วย) กลับสู่กระแสเลือดจนไตต้องทำงานหนักสาเหตุเพราะปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงมาก เมื่อไตทำงานหนักจนเกินขีดความสามารถทำให้น้ำตาลหลุดรอดออกมาปะปนอยู่ในปัสสาวะ
           อาการผิดปกติของร่างกายที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน(Diabetes Symptoms)
           โรคเบาหวาน(Diabetes Mellitus) ทำให้ระบบการทำงานในส่วนต่างๆของร่างกายได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป อาการผิดปกติของร่างกายที่เกิดจากโรคเบาหวานมีหลายอย่างเช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย ภาวะมีเหงื่อออกมากผิดปกติ ภาวะการติดเชื้อ ภาวะปัสสาวะลำบาก ภาวะผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ
           โรคเบาหวานมีกี่ประเภท (Type of Diabetes)
           โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)  แบ่งได้เป็น 4 ประเภทคือ
        1. เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes)
       2. เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes)
       3. เบาหวานอื่นๆ (Other Specific Types)  เช่น โรคของตับอ่อน โรคทางต่อมไร้ท่อเป็นต้น
        4. เบาหวานที่เกิดกับคนตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Mellitus)
          โรคเบาหวานเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีความประมาทในการใช้ชีวิตประจำวัน ยิ่งพวกที่กินตามใจปากและสรรหาสิ่งที่ทำร้ายร่างกายมาสู่ตัวเช่น เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด ฯลฯ จะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้มากกว่าคนทั่วไปไม่จำเป็นว่าโรคเบาหวานต้องเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น
         ผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทยส่วนมากจะเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งเบาหวานแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันหลายๆอย่างทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพ การใช้ยา การควบคุมอาการ ฯลฯ ความเจริญก้าวหน้าของการ
         สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเป็นโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
         เบาหวาน (Diabetes) เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายอื่นๆ หากผู้ป่วยเบาหวานไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวานหรือรู้แล้วแต่ไม่ตระหนักใน อันตรายของโรคเบาหวานปล่อยปละละเลยไม่ดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์จะทำให้ เกิดผลที่ตามมาคือมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย ซึ่งมีอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโรคมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆเลย ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานมีหลายปัจจัยดังต่อไปนี้
      โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) สามารถหลีกเลี่ยงได้หากรู้จักดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน
      การป้องกันโรคเบาหวานอีกวิธีหนึ่งคือหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ ครั้งโดยเฉพาะหากคุณอยู่ในข่ายที่มีโอกาสเป็นเบาหวานสูง การตรวจสุขภาพจะช่วยให้รู้ตัวว่าเป็นเบาหวานตั้งแต่เนิ่นๆ การรู้ตัวเร็วจะมีผลดีต่อการรักษาและควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ดีขึ้น
      โดย หลักแล้วโรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สิ่งที่ทำได้คือการหาทางควบคุมอาการของโรคคือระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ใน ระดับที่เท่ากับหรือใกล้เคียงกับคนปกติให้ได้มากที่สุด
      การกระทำดังกล่าวจะป้องกันอาการที่อาจเกิดแทรกซ้อนขึ้นมาจากโรคเบาหวาน การควบคุมน้ำตาลในเลือดนั้นต้องมีการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนและการใช้ยาให้เหมาะสมจึงจะสามารถควบคุมอาการของโรคให้อยู่ในระดับปกติได้ ผู้ป่วยที่มีกำลังใจดีและยอมรับความจริงจะสามารถอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างที่มีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกันคนปกติ
       อาการโรคเบาหวาน (Diabetes Symptom) ต้องถ่ายปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
        อาการโรคเบาหวาน (Diabetes Symptom)  มีหลายอาการแต่อาการที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือการ ถ่ายปัสสาวะบ่อยซึ่งเป็นทั้งตอนกลางวันและกลางคืน การถ่ายปัสสาวะบ่อยเกิดจากกลไกของไตที่พยายามจะกรองแยกเอาสารอาหารที่มี ประโยชน์ (น้ำตาล) กลับคืนสู่ร่างกายและคัดแยกเอาของเสียออกจากเลือดแล้วขับออกจากร่างกายไปโดย ส่งไปพร้อมกับปัสสาวะจึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเบาหวานต้องปัสสาวะบ่อยกว่า ปกติ การถ่ายปัสสาวะบ่อยตอนกลางวันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนอกจากผู้ป่วยจะรู้สึก รำคาญกับอาการโรคเบาหวานที่เป็นอยู่แต่การปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนนอกจากจะ สร้างความหงุดหงิดรำคาญให้กับผู้ป่วยแล้วยังทำให้ผู้ป่วยพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
    ปัจจุบัน โรคเบาหวานสามารถป้องกันและแก้ปัญหาได้ด้วย ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส
 

   อย. 50-1-16353-1-0013



ดูข้อมูลที่ http://kowtong.blogspot.com

    ปริมาณและราคา

    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล ราคา 1,200 บาท พิเศษเหลือเพียง 800บาท

    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
     คุณ วุฒิ ภัคประเสริฐ โทร. 
091-745-1919, 094-956-1691
     อีเมล์  wut3699@gmail.com



 

สรรพคุณของเห็ดหลินจือ ใน คาวตอง พลัส

เห็ดหลินจือเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็น "เจ้าแห่งสมุนไพร"

       ตามประวัติเห็ดหลินจือเป็นยาจีน (Chinese traditional medicine ) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ เสินหนงเปินเฉ่าซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น เทพเจ้าแห่งชีวิต” ( Spiritual essence ) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย
      สรรพคุณโบราณ กล่าวกันว่า เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเก๊าท์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
       เห็ดหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมาก กว่า 100 สายพันธุ์ และสำหรับสายพันธุ์ที่นิยมมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum)
        เห็ดหลินจือได้ถูกจัดให้เป็นสมุนไพรในอันดับต้นๆ ที่ได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์หลายประเทศ ทำการวิจัย ตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมี ทางชีวภาพ และเภสัชวิทยาสมัยใหม่ พบว่าเห็ดหลินจือให้คุณค่าทางโภชนาการที่สูงและมีสารออกฤทธิ์ สรรพคุณทางยามากกว่า 150 ชนิด มีสารประกอบที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกว่า 200 ชนิด ที่ใช้รักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ซึ่งสารดังกล่าวพอที่จะจำแนกได้คร่าว ๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
     - สารประกอบที่ละลายในน้ำ 30%
     - สารประกอบที่ย่อยสลายตามธรรมชาติ 65% และ
     - สารประกอบที่ระเหยอีก 5%
        สารประกอบที่สำคัญ ได้แก่ Polysacharide, Organic germanium, Adenosine, Ganoderic Essence, Triterpenoids, Protein และ Fibre ซึ่งสารดังกล่าวพอที่จะจำแนกได้คร่าว ๆ ดังต่อไปนี้
     1. กลุ่มสารไตรเทอร์ปินนอยด์ชนิดขม (Bitter Triterpenoids)
     2. เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol)
     3. กลุ่มสารนิวคลีโอไทด์ (Nucleotides)
     4. สารประกอบเยอร์มาเนียม (Germanium, Gc contents)
     5. กลุ่มสารโพลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides)
         จากการวิจัยสารสกัดจากเห็ดหลินจือ โดยสถาบันวิจัยโครงสร้างสารแห่งชาติประเทศจีนที่มลฑลฟูโจว พบว่าเห็ดหลินจือมีโปรตีนที่จัดว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ ได้มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอาหารและการเกษตร ( FAO ) และองค์การอนามัยโลก(WHO) แห่งสหประชาชาติ พบว่าเป็นโปรตีนชนิดสมบูรณ์ เช่น ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมไธโอนีน ฟีนิลอะลานีน ทรีโอนีน ทริปโตแฟน และวาลี รวมถึง ฮีสพีดีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นในเด็ก ก็ยังตรวจพบในเห็ดหลินจือ
       สำหรับส่วนประกอบของเกลือแร่ พบว่าเห็ดหลินจือมีเกลือแร่อยู่หลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี ทองแดง เหล็ก นิเกิล โคบอลท์ โครเมียม โมลิบดีนัม ลิเทียม เยอร์มาเนี่ยม ซีเรเนียม สตรอนเตียม ติตาเนียม โบรอน อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
        ในส่วนขององค์ประกอบที่เป็นวิตามินก็มีนักวิทยาศาสตร์ทั้งจีนและญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่าในเห็ดหลินจือมีวิตามินบี1 บี2 บี6 วิตามินดี โคลีน ไนอาซีนและอินโนซิทอล เป็นต้น
          เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า เห็ดหลินจือนอกจากจะมีสารสำคัญทางเภสัชที่แสดงฤทธิ์เป็นยา แต่ภายในเห็ดหลินจือยังมีสารสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์พวกวิตามินรวม หรือผลิตภัณฑ์พวกเสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป ตรงจุดนี้ทำให้เห็ดหลินจือได้รับการยอมรับจาก นักวิจัยทั่วโลกว่าเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์มีประสิทธิภาพที่สุด
 
          เห็ดหลินจือ มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน เอสิด ถึง 18 ชนิด และอีก 8 ชนิด ซึ่งจำเป็นมากต่อร่างกาย และจำนวนน้ำย่อยที่มีน้ำตาลจำนวนมากช่วยต่อสู้เนื้องอก เห็ดหลินจือยังมีพลังวิเศษที่ช่วยในการหายของแผลโดยไมมีผลข้างเคียง และสามารถช่วยให้สายตาคมชัด ป้องกันตับ และ ไต เพิ่มความแข็งแรงของเอ็นข้อกระดูก ช่วยระบบความจำดีขึ้น ตลอดจนความเฉลียดฉลาดและการพัฒนาเชิงซ้อน เห็ดหลินจือยังมีส่วนสำคัญของแร่ธาติ ไวตามิน เอ็นไซม์ กรดอะมิโน เอซิด น้ำย่อย การวิเคราะห์ทางชีวภาพ ส่วนประกอบของสารละลายที่สำคัญที่สุดเป็นที่รู้กันคือ Germanium organic germanium (เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้อวัยวะเปลี่ยนแปลง) ในร่างกายมนุษย์ ช่วยเพิ่มออกซิเจนในการหล่อเลี้ยงการจัดวางเซลล์ของเมล็ดเลือดแดง เพื่อให้หมุนเวียนผ่านเข้าไปใช้ในระบบของร่างกาย ช่วยเพิ่มขบวนการเผาผลาญอาหารของร่างกายมนุษย์ด้วย
    ปัจจุบัน สมุนไพรเห็ดหลินจือ มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส
   อย. 50-1-16353-1-0013
ดูข้อมูลที่ http://kowtong.blogspot.com
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล ราคา 1,200 บาท พิเศษเหลือเพียง 800บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
     คุณ วุฒิ ภัคประเสริฐ โทร. 091-745-1919, 094-956-1691
     อีเมล์  wut3699@gmail.com